“ภูเก็ต” เป็นเมืองแสนคึกคักที่มีการผสมผสานทางวัฒนธรรมอันหลากหลายของเชื้อชาติต่าง ๆ ที่อาศัยอยู่บนเกาะแห่งนี้ ซึ่งรวมไปถึงคนไทย คนจีน มาเลเซีย อินเดีย และเนปาลรวมถึงชาวจีนฮกเกี้ยน และคนไทยที่เรียกกันว่า “บาบ๋า”

 

คุณสามารถเห็นมรดกของชุมชนบาบ๋าในเขตเมืองเก่าของภูเก็ต โดยเฉพาะในด้านสถาปัตยกรรม การค้า เสื้อผ้า และวิถีชีวิต โดยถนนหลักของเมืองเก่านั้นประกอบด้วยถนน 5 สาย และตรอกซอยหลายแห่ง โดยถนนหลัก ได้แก่ ถนนพังงา ถนนถลาง ถนนดีบุก และถนนกระบี่ นั่นเอง

 

ซึ่งวันนี้ Boutique Stay ก็มีข้อมูลดีๆ เกี่ยวกับแนวทางเดินท่องเที่ยวเมืองเก่า พร้อมกับเพลิดเพลินไปกับวิถีชีวิต และวัฒนธรรมอันงดงามผสมผสานมาฝากกัน

 

ถนนพังงา

เมื่อคุณกำลังสำรวจถนนพังงา ร้านหนังสือมือสองของ South Wind จะอยู่ทางซ้ายมือของคุณ หลังจากนั้นก็มีตรอกซอกซอยมากมาย พร้อมตัวอักษรจีนที่ทางเข้า

 

ถนนพังงานั้นเรียงรายไปด้วยช่างตัดเสื้อ ร้านขนมหวาน และหอศิลป์ นอกจากนี้เรายังสามารถมองเห็นมรดกของจีน ซึ่งเป็นวัฒนธรรมหลักที่เราจะพบเห็นได้ทั่วไปในภูเก็ต ไม่ว่าจะด้วยร้านพาย ผลไม้โบราณ ร้านก๋วยเตี๋ยวสไตล์จีน และโรงรับจำนำ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายเก่าแก่ที่แสนคลาสสิคมากๆ เลยล่ะ

 

ถนนถลาง

เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนถลางและมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตก คุณจะพบว่าตัวเองอยู่ในใจกลางเมืองเก่าของภูเก็ต บนถนนที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ และบรรยากาศเปี่ยมมนต์ขลัง บนถนนถลางคุณจะพบร้านสมุนไพรหงวนชุนต๋อง ร้านขายสมุนไพรที่เก่าแก่ที่สุดของภูเก็ต นอกจากนั้นแล้ว ยังมีสิ่งที่น่าสนใจมากมายให้ดูที่นี่ ตั้งแต่ร้านค้าสำหรับคู่แต่งงานที่แสดงภาพถ่ายของคู่รักชาวจีนที่มีความสุข ไปจนถึงร้านตัดเสื้อท้องถิ่นที่ทำงานด้วยจักรเย็บผ้าโบราณ 

 

ถนนดีบุก

เลี้ยวขวาออกจากถนนถลาง แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนดีบุก ถนนสายนี้มีบ้านสไตล์จีนที่ได้รับการปรับปรุงใหม่จำนวนมาก พร้อมทางเดินที่กว้างขึ้น ซึ่งรองรับการจราจรแบบสองเลน ความกว้างของถนนยังช่วยให้ถ่ายภาพได้ง่ายขึ้นอีกด้วย สิ่งที่ต้องไม่พลาดที่จะเยี่ยมชม คือ ร้านก๋วยเตี๋ยวโบราณ ซึ่งแม้ว่าคนจะแน่น โดยเฉพาะช่วงกลางวัน แต่มันคุ้มค่าที่จะได้ลองครับ

 

ถนนกระบี่

มุ่งหน้ากลับไปทางถนนถลาง ที่ทางแยกจะมีร้านอาหารจีนเปิดโล่งที่ให้บริการหมูฮ้อง (หมูต้มซอสหวาน) ขับตรงและเลี้ยวขวา เพื่อไปยังถนนกระบี่ครับ 

 

อีกสิ่งที่ห้ามพลาด คือ ศาลเจ้าซู่ซาน ซึ่งมีอายุย้อนไปถึงปี ค.ศ. 1853 ที่นี่เป็นศาลเจ้าซึ่งอุทิศแด่เทพแห่งทะเล ทั้งยังเป็นที่ประดิษฐานรูปปั้นม้าจ้อโป๋ที่นำมาจากฝูเจี้ยนหลังจากเหตุการณ์สึนามิในปี 2547 ที่จังหวัดภูเก็ตอีกด้วย

 

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่สนใจเรื่องราวของสถานทีท่องเที่ยว และกำลังมองหาที่พักชิลๆ สไตล์บูทีคโฮเทลในภูเก็ตอยู่ล่ะก็ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม พร้อมสำรองห้องพักได้ที่ boutiquestay.travel